การละเมิดลิขสิทธิ์ ในรูปแบบต่างๆ นั้น ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญสำหรับ สื่อออนไลน์ก็เช่นกันส่วนที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด คือการละเมิดลิขสิทธิ์ “ภาพถ่าย” ซึ่งแน่นอนเรื่องนี้เป็นประเด็นมาตลอด ทั้งการนำไปดัดแปลง ทำซ้ำ และเผยแพร่ รองลงมาก็คือเนื้อหา ที่บางครั้งอาจจะถูกบิดเบือนด้วยข้อความสั้นๆ และ ทำให้ความหมายของเรื่องราวนั้นเปลี่ยนไป
แน่นอน การที่จะผลิตสื่อขึ้นมาโดยไม่มีต้นทุน คือการประหยัดที่สุด และ การก็อปปี้/วาง คือสิ่งที่ง่ายที่สุดในการผลิดสื่อแบบไม่มีต้นทุน ด้วยจรรยาบรรณ และ วิชาชีพของสื่อมวลชน ไม่มีใครสอนให้ทำเรื่องแบบนี้แน่นอน เพราะมันเป็นการดูถูกและหมิ่นศักด์ศรีของตนเอง คำถามแล้วใครละทำเรื่องเหล่านี้ แน่นอนพวกเขาคือ “สื่อมารชน” ที่ไม่ได้มุ่งหวังทำเพื่อพี่น้องประชาชนที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง (ผมถือว่าเขาดูถูกพี่น้องประชาชนนะ) เขามุ่งหวังในผลการตลาดหรือสิ่งอื่นมากกว่าความถูกต้อง

สิ่งนี้เองที่พี่น้องประชาชนมักจะมองสื่อไม่ดี และ ไม่มีความน่าเชื่อถือ เพราะเขาไม่ใช่สื่อมวลชนด้วยจิตวิญญาณ ที่แท้จริง และ พวกเขาเหล่านั้นคือเห็บ ปลิงที่พยายามจะดูดเอาเลือดของ วิชาชีพนี้ไปอย่างช้า ๆ จนทำให้ความน่าเชื่อมั่นของวิขาชีพถดถอย และ อยู่ที่พี่น้องประชาชนเอง ว่าจะเลือกเชื่อถือสื่อแบบไหนเพราะเหนือสิ่งอื่นใดความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น

ผมนำ เอา พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558  มาให้ทุกท่าน ได้ศึกษา พร้อมทั้งข้อหา ฐานความผิดความ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาให้ดูเบื้องต้นครับ

 

– ข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยการทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชน ผิด

มาตรา 27 มีโทษปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท

มาตรา 69 พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้

มาตรา 77 ถ้ากระทำเพื่อการค้าจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 4 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 800,000 บาท

– ข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์งานแพร่ภาพ แพร่เสียงด้วยการ

1. จัดทำโสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง หรืองานแพร่เสียง แพร่ภาพ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมด บางส่วน

2. แพร่เสียง แพร่ภาพซ้ำ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน

3. จัดให้ประชาชนฟังและหรือชมงานแพร่เสียง แพร่ภาพ โดยเรียกเก็บเงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่นในทางการค้าผิด มาตรา29 มีโทษปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท มาตรา 69 พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้ มาตรา 77 ถ้ากระทำเพื่อการค้า จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 4 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 800,000 บาท

– ข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ด้วยการ

1. ทำซ้ำหรือดัดแปลง

2. เผยแพร่ต่อสาธารณชน

ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางาน

ผิดมาตรา 30

มีโทษปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท มาตรา 69

พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้ มาตรา 77

ถ้ากระทำเพื่อการค้า จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 4 หรือปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 800,000 บาท

– ข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ซึ่งงานอันทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อหากำไรด้วยการ

1. ขาย มีไว้เพื่อขาย เสนอขาย ให้เช่า เสนอให้เช่า ให้เช่าซื้อ หรือเสนอให้เช่าซื้อ

2. เผยแพร่ต่อสาธารณชนแจกจ่ายในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์

3. นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร ผิด มาตรา 31

มีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 100,000 บาท มาตรา 77

ถ้ากระทำเพื่อการค้า จำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 บาท ถึง 400,000 บาท หลักฐานที่จะต้องใช้ในการแจ้งความร้องทุกข์ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี

1. ลิขสิทธิ์ในประเทศ

1.1 หลักฐานการสร้างสรรค์งาน หรือหลักฐานการนำงานออกโฆษณาครั้งแรกหรือ

หลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์

1.2 ตัวอย่างงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ และตัวอย่างงานที่ถูกละเมิดลิขสิทธิ์

1.3 ในกรณีที่เจ้าของลิขสิทธิ์มิได้มาแจ้งความร้องทุกข์ด้วยตนเอง จะต้องมีหนังสือมอบ

อำนาจให้แจ้งความร้องทุกข์ พร้อมด้วยหลักฐานการมอบอำนาจ คือ บัตรประจำตัวของผู้มอบ และผู้รับมอบอำนาจ หรือหนังสือรับรองนิติบุคคล

ข้อมูลจาก : http://www.ecdpolice.com กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ

http://www.ipthailand.go.th กรมทรัพย์สินทางปัญญา

https://ictlawcenter.etda.or.th สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์